หน้า: [1]   ลงล่าง
 
ผู้เขียน หัวข้อ: มิ ห ว น คื น  (อ่าน 639 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
คะแนนน้ำใจ 2654
เหรียญรางวัล:
มีความคิดสร้างสรรค์นักโพสดีเด่น
กระทู้: 139
ออฟไลน์ ออฟไลน์
อีเมล์
   
« เมื่อ: 07 สิงหาคม 2565, 10:29:57 AM »

Permalink: มิ ห ว น คื น




มิ ห ว น คื น (กลบทภุมรินเชยทราบเกสร)
-
ดั่งน้ำค้าง โปรยหว่าน ม่านเหมยหมอก
ดั่งน้ำคำ ลวงหลอก ระลอกสาย
ความรักเธอ ซ่อนเร้น ไม่เว้นวาย
ความรักหน่าย ช้ำฟก อกระทม
-
กระแสรัก วนไหล ไปสุดฤทธิ์
กระแสจิต ย้อนคืน ต้องขื่นขม
หลงวจี จำเรียง เพียงลิ้นลม
หลงคำชม จนโง่เง่า เบาปัญญา
-
แม้สายธาร น้ำใส ไหลคดเคี้ยว
แม้สายเกลียว สวาท ถั่งถาดผา
ม่านน้ำตก โถมถั่ง ไหลหลั่งมา  
ม่านน้ำตา พรมพราย สายน้ำริน
-
ตกเหวรัก ลึกล้น สุดทนไหว
ตกเหวใจ เกินกว่า จะโผผิน
เมื่อรักเรา ร้างรา มาโบยบิน
เมื่อรักสิ้น โศกศัลย์ ทุกวันคืน
-
มิได้อยู่ เคียงข้าง เหมือนอย่างเก่า
มิได้เฝ้า ดูแล แม้ยามตื่น
ทุกทุกอย่าง เจ็บช้ำ ทนกล้ำกลืน
ทุกทุกฝืน ใจแปลบ แทบม้วยมรณ์
-
หยาดน้ำค้าง พร่างพรม ห่มพื้นหล้า
หยาดน้ำฟ้า รินไหล สุดไถ่ถอน
ประกายฝัน ผันแปร แม้ยามนอน
ประกายหลอน วูบไหว ไม่สิ้นมนต์
-
**กลบทภุมรินเชยทราบเกสร ปรากฏอยู่ในการประพันธ์ลำดับที่ ๔๐ ของตำรากลบทศิริวิบุลกิตติ์
 พิจารณาโดยรวมเห็นว่า มีเพิ่มจากกลอนทั่วไป คือ
      
๑.กำหนดให้ซ้ำคำ ๒ คำต้นวรรค ภายในบาทเดียวกันของกลอน
โดยซ้ำวรรคสดับ คู่กับ วรรครับ (วรรค ๑ กับ ๒)  และ
    
๒. ซ้ำวรรครอง คู่กับ วรรคส่ง (วรรค ๓ กับ ๔)  โดยคำเหล่านี้จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
 ในแต่ละบาทจนจบสำนวนกลอนนั้น ๆ

** กลบทนี้มีที่มาปรากฏแต่เพียงใน "กลบทศิริวิบุลกิตติ์"  
 ไม่มีปรากฏใน "จารึกวัดพระเชตุพนฯ"
.
                                                           เสกสรร วรรณศิลป์
.
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
 
 
กระโดดไป: