You are here: Khonphutorn.com - แหล่งข้อมูลของคนไทยกระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: 2 ชั่วโมงที่แล้ว 
เริ่มโดย น้องจ๋า น้องจ๋าจ้า - กระทู้ล่าสุด โดย น้องจ๋า น้องจ๋าจ้า



    ..ขอหยุดตรงนี้ ที่เธอ..

..ไม่อยากหลับ กับ..คืนวัน อันว่างเปล่า
ที่หงอยเหงา ดายเดียว เปลี่ยวเกินฝัน
มิอยากคอย รอยแสง แห่งตะวัน
และความฝัน เลอะเลือน สะเทือนใจ

..อยากจะหยุด ทรุดตาม ความผิดหวัง
และยับยั้ง เรื่องรัก พักแก้ไข
หยุดความหลัง พลั้งพลาด ขาดหายไป
เกินทำใจ ไม่ขอ ต่อเวลา

..อยากลืมรัก ภักดี ที่สวยสด
มิจำจด จากใจ อาลัยหา
เพราะฉันรู้ กู่ไว้ ไร้ราคา
หยุดใฝ่คว้า อ้างว้าง แนบข้างกาย

..จะหยุดรัก พักไว้ ได้แค่นี้
เลิกเสียที ความหวัง พังสลาย
ฟุบหน้าลง ตรงนี้ ที่หาดทราย
รอความตาย หมดใจ ไม่มีเธอ.

                น้องจ๋า

 2 
 เมื่อ: 21 ชั่วโมงที่แล้ว 
เริ่มโดย share - กระทู้ล่าสุด โดย share


ฉันทลักษณ์
- กลอน โดยยังคงขับขานแบบ กลอน
- เพิ่ม เอกโท ในแต่ละวรรค แบบโคลง คือ
บาท๑    เอก1 โท1
บาท๒    เอก2 โท1
บาท๓    เอก2
บาท๔    เอก2 โท2


@ ทุกทุกวัน ก้าวเดิน เจริญสติ มั่น
จักไม่หัน เหห่าง สรรค์ หล้าสรวง
จักขจัด เหตุแห่ง สิ่งเลวลวง
เพื่อทั้งปวง โอบเอื้อ รักแบ่งปัน



 3 
 เมื่อ: 29 สิงหาคม 2568, 12:06:30 PM 
เริ่มโดย share - กระทู้ล่าสุด โดย share

กาพย์พรหมคีติ (มีเสียงขับอันไพเราะ)

บทละ ๘ วรรค
วรรคหน้า ๕ พยางค์  วรรคหลัง ๖ พยางค์
ส่งสัมผัส บทท้ายวรรค ๘
รับสัมผัส บทท้ายวรรค ๒

@ กานท์กาพย์แบบเก่าก่อน
อุระร้อนจารขับขาน
ช้าไปจะเสียการ
ขาดฅนสานน่าเสียดาย
ข้าฯจึงนำเสนอ
หวังผองเกลอร่วมแรงขยาย
สรรค์เสริมเปล่งประกาย
ณ บัดนี้กระทำเลย

@ กานท์กาพย์พรหมคีติ
พรักพร้อมผลิไพเราะเผย
สมชื่อกาลก่อนเคย
ระบือรุ่งจรุงสยาม
เชิญชวนร่วมสร้างสรรค์
แต่งประชันบ่เกรงขาม
ใครชื่อระบือนาม
ประจงจารเสนอมา


มุมั่นปฏิบัติฉันท์ ๑๒ (ลหุ ๑๔)

ลค ลลค.....ลลค ลคลค

@ มุมั่น ปฏิบัติ......สติชัด ระวัง ระไว
ประจักษ์ หิริใส....สละไซร้ สิกาย กมล

@ มุมั่น พละให้.......ระอุใช้ ประโยชน์ สิดล
ประจักษ์ ปะทุผล....สิประชา สงบ สบาย


โคลงสี่สุภาพ  * เชื่อมบท แบบ ลิลิต

@ ดุจอาทิตย์รุ่งแจ้ง
....แสงงาม
พลังสว่างชูชีพวาม
....อร่ามกล้า
เดือนดาวเด่นประดับยาม
....เย็นค่ำ
แสงส่องเชิญชวนท้า
....ท่องหล้าดับเข็ญ

@ เป็นลมโหมกระหน่ำร้าย
....เลวทราม
บ ปล่อยคอยคุกคาม
....ขุ่นแค้น
ฝนเสริมส่งชีพงาม
....วามทั่ว
กระทำผ่านกาลนาน แม้น
....ไม่ได้ใครชม


โคลงสี่จัตวาทัณฑี

@ ทอง ยงคงค่าแท้............ที่ใด
ทอง อร่ามงามไสวกวน..........กิเลสสร้าง
ทอง แท้แน่เปลวไฟ.............เผายิ่ง..ผ่องเฮย
ทอง แจ่มแฉล้ม"ธรรม"อ้าง.....โอบหล้าโลกสวรรค์

* อย่าสับสน กับ โคลงดั้นจัตวาทัณฑี
โคลงดั้น ต้องแต่งอย่างน้อย ๒ บท


กลอนสาม

อย่า เขลา เชื่อ ง่าย

@ อย่า หูเบา
เขลา ใหลหลง
เชื่อ ธรรมจง
ง่าย "ตรง" กระทำ



 4 
 เมื่อ: 29 สิงหาคม 2568, 10:59:18 AM 
เริ่มโดย share - กระทู้ล่าสุด โดย share


@ ประโยชน์ใด ในปริศนา
หากมิอาจหา หนทางธรรม์
สูรย์สิจะเลิศ ประเสริฐครัน
ด้วยเธอฉัน รักษ์โลกา

@ ขัดเคืองบ่น ก่นว่าสรวง
เหตุกรอบกลวง จิตวิญญาณ์
หล่อเลี้ยงชีพ แช่ตัณหา
แล้วร่ำด่า ผู้อื่นเลว

บันดาลใจจาก

what good are the questions
if the answers aren’t right
what good is the sun
if you can’t see .. the light

can not change anything
if you really don’t try
and can not see the truth
if you live in ....... a lie

สมาชิก Pantip 3799870


 5 
 เมื่อ: 28 สิงหาคม 2568, 06:25:06 AM 
เริ่มโดย share - กระทู้ล่าสุด โดย share

*** ท้าทายให้สืบค้น "ความต่าง" ครับ


โคลง จัตวาทัณฑี

กาพย์กลอนโคลงร่ายเร้า ร่ำเพลิน
ขานขับขยับเชิญพาน เพื่อนพ้อง
รุดรวมร่วมมาเมิล มุอ่าน
จารจดจำแล้วร้อง เล่นพร้อมเรียนเสมอ

เผอเรออย่าปล่อยค้าง ครอบงำ
สติตรึกฝึกค้ำใจ เจิดจ้า
ปัญญายิ่งเพียรนำ หนุนประโยชน์
ลดละกิเลสตระหนักกล้า กู่ท้าพาลผยอง


โคลงดั้น จัตวาทัณฑี

ธรรมครองคู่แว่นแคว้น คงทน
ไป่ย่อหย่อนกลลวง เล่ห์ร้าย
สังคมเคร่งเตือนตน ตรองตริ
หลงโลภริย้ายผ้าย ผ่องแดน

ธรรมสำคัญย้ำกิจ กระทำ
ผลท่วมถึงแถนจง แจ่มแจ้ง
เมตตาต่อชนนำ น้ำจิต
สันติสงบแล้งร้าง ระอุหาย


พาน ๕ (๑) ก. พบปะ มักใช้เข้าคู่กับคำ พบ เป็น พบพาน หรือ พานพบ
เมิล ก. ดู. (ข.).
เผอเรอ ว. ขาดความเอาใจใส่ในสิ่งที่ต้องทำ.

ผ้าย ก. เคลื่อนจากที่, ใช้ ผาย ก็มี.
แถน (ถิ่น-อีสาน, พายัพ) น. เทวดา.


 6 
 เมื่อ: 26 สิงหาคม 2568, 03:17:22 PM 
เริ่มโดย share - กระทู้ล่าสุด โดย share



Diamante Poem or Diamond Poem


ชีวิต
ร่าเริง, จริงใจ
ตระหนัก, ปฏิบัติ, แบ่งปัน
กาล, สถาน : กาย, ใจ
ตระเตรียม, จัดการ, ทบทวน
งดงาม, สงบ
ตาย




 7 
 เมื่อ: 25 สิงหาคม 2568, 05:29:59 AM 
เริ่มโดย น้องจ๋า น้องจ๋าจ้า - กระทู้ล่าสุด โดย น้องจ๋า น้องจ๋าจ้า




          ..หนอ..น้ำตา..

..เพียงหยดหนึ่ง ซึ้งมาก จากสวรรค์
มอบแด่ฉัน หรือไร ใจขอถาม
มองหยาดย้อย คอยยั่ว ทุกชั่วยาม
ช่างลุกลาม ไล่หลัง ดังไฟรุม

..หวั่นวิตก หกเหิน เกินไถ่ถอน
ยามหลับนอน กระส่าย ดั่งกายสุม
ดั่งหมอกควัน หวั่นวิตก ยกมือกุม
แสนกลัดกลุ้ม ผกผัน เกินบรรยาย

..เหมือนตกจาก ฟากฟ้า นภากาศ
ดุจเกรี้ยวกราด เคว้งคว้าง พลั้งหมดหมาย
อีกดวงตา พร่าหม่น ทุรนทุราย
เจ็บเจียนตาย ฝังแน่น ถึงแก่นทรวง

..เก็บอารมณ์ ข่มไว้ มิให้เห็น
เปรียบคนเป็น ยิ้มร่า ท้าแดนสรวง
นัยตาขรึม ซึมเศร้า โดนเจ้าลวง
แทบหลุดร่วง พลิ้วพราก จากร่างกาย
.
                   น้องจ๋า


 8 
 เมื่อ: 22 สิงหาคม 2568, 09:08:46 AM 
เริ่มโดย share - กระทู้ล่าสุด โดย share


Life
cheerful, sincere
thinking, acting, sharing
time, place : physique, mind
preparing, managing, reviewing
beautiful, calm
Death


A diamante poem, or diamond poem,
is a style of poetry that is made up of seven lines.
The text forms the shape of a diamond (◊).
The form was developed by Iris Tiedt in A New Poetry Form:
The Diamante (1969).[1][2]

Wiki

 9 
 เมื่อ: 22 สิงหาคม 2568, 04:27:06 AM 
เริ่มโดย น้องจ๋า น้องจ๋าจ้า - กระทู้ล่าสุด โดย น้องจ๋า น้องจ๋าจ้า
9001

 10 
 เมื่อ: 20 สิงหาคม 2568, 05:12:58 AM 
เริ่มโดย น้องจ๋า น้องจ๋าจ้า - กระทู้ล่าสุด โดย น้องจ๋า น้องจ๋าจ้า



  ฝากใจไว้..ตรงปลายฟ้า

..มองนภา ฟ้าพราว ตรงราวฟ้า
แสงจันทรา สาดส่อง ต้องฝั่งฝัน
นับเดือนปี ที่พ้น บนคืนวัน
เรามีกัน สอดคล้อง สองดวงใจ

..สายสัมพันธ์ นั้นล้อม กลิ่นหอมหวาน
เพราะสื่อสาร ด้วยวจี มิไปไหน
หาก-ลบเลือน เลื่อนกลาง หว่างหทัย
เอามือไป ไขว่คว้า ศรัทธาคืน

..แผ่วสายลม พรมโบย โชยชื่นฉ่ำ
กลางคืนค่ำ เดียวดาย มิคลายฝืน
แม้ร่วงล้ม จมพลัด ยากหยัดยืน
ก็กล้ำกลืน ส่งเสียง เพียงลำพัง

..ไปให้ถึง ซึ่ง..ฝั่งฝัน วันข้างหน้า
ร่ายคาถา ทุกบท จดมนตร์ขลัง
ต้องได้พบ สบตา หาพลัง
จะฝากฝัง สองเรา เนานิรันดร์

                 น้องจ๋า

หน้า: [1] 2 3 ... 10